แนะนำกระทู้ รีโนเวททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น สไตล์ญี่ปุ่น

แนะนำกระทู้ รีโนเวททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น สไตล์ญี่ปุ่น การรีโนเวท (Renovate)หมายถึงเป็น การบูรณะ การซ่อมแซมให้กลับมามีภาวะดีดังเดิม อาทิเช่น การรีโนเวทบ้านเป็นการปรับแต่งบ้าน ซ่อมบ้านให้กลับมามีสภาพดีเหมือนเดิม หรือบางทีอาจเป็นการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ไปเลยก็ได้ อาทิเช่น อาจรีโนเวทจากบ้านไปเป็นบูทีคโฮเต็ล ฯลฯ

แนะนำกระทู้ รีโนเวททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น สไตล์ญี่ปุ่น

แนะนำกระทู้ รีโนเวททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น สไตล์ญี่ปุ่น ที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นกำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยมเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็เพราะว่าญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์สะดุดตา ไม่ว่าจะเกิดเรื่องศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี อาหาร การดูแลใส่ใจสุขภาพทางกาย การสนใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆรวมถึงการให้ความใส่ใจในเรื่องคุณภาพมาตรฐานบ้านสไตล์ญี่ปุ่นก็อย่างเดียวกัน 

เป็นการดีไซน์ที่เน้นความสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติผสมกับความสร้างสรรค์ โรงแรมที่ดีที่สุดในภูเก็ต การออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่นยังให้ความเอาใจใส่เรื่องความคุ้มราคาสำหรับเพื่อการใช้งานทุกพื้นที่ให้กำเนิดคุณประโยชน์เยอะที่สุด

รีโนเวทบ้านให้เป็นมินิมอล สไตล์ญี่ปุ่น

สไตล์ญี่ปุ่น แบบง่ายๆ

สไตล์มินิมอล (Minimal Style) มีความหมายว่า “น้อยแต่ว่ามาก” ถ้าเกิดเรื่องการแต่งตัวสไตล์ไม่นิมอล จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีพื้นๆไม่มีลวดลาย ไม่มีเครื่องประดับเยอะแยะ ดูเรียบๆส่วนในงานสถาปัตยกรรม จะเน้นมีแม้กระนั้นสิ่งที่จำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ฝาผนังฉาบเรียบลงสีขาว ไม่เน้นตกแต่งด้วยกระเบื้องที่มีลวดลาย หน้าต่างมีเฉพาะรอบๆที่อยากได้ ไม่แต่งแต้มตกแต่งเยอะแยะ ไม่มีบัวหัวเสาแต่งแต้มเยอะๆราวกับสไตล์ยุโรป แต่งบ้านแนวนี้ช่างง่ายและก็ประหยัด ก็เลยเป็นที่ชื่นชอบกันมากมายในสมัยปัจจุบันนี้

วันนี้อยู่สบายจะพาลัดฟ้าไปถึงประเทศญี่ปุ่น ไปดูบ้านมินิมอล สไตล์ญี่ปุ่น เพื่อเป็นไอเดียแต่งบ้านกัน บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าแต่ว่ามาทำรีโนเวทใหม่ ซึ่งตัวบ้านมีหน้าตาคล้ายกับห้องแถวรวมทั้งทาวน์โฮมในบ้านพวกเรา ออกแบบมาได้มินิมอลมากรวมทั้งทำตามได้ง่าย

บ้านข้างหลังนี้อยู่ที่เมือง เมือง Toyasaki จังหวัด Osaka ประเทศญี่ปุ่น ตัวบ้านสามารถเดินไปที่สถานี Umeda ได้ใน 15 นาที และอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ นับว่าเป็นบ้านที่เดินทางสบายมากมายทีเดียว บ้านข้างหลังนี้เคยได้รับการรีโนเวทมาแล้วครั้งนึง เมื่อปี 1964 รวมๆแล้วมีอายุมานานกว่า 50 ปี รวมทั้งในคราวนี้เจ้าของบ้านใหม่ได้ว่าจ้างบริษัทนักออกแบบ Coil Kazuteru Matumura ให้มารีโนเวทอีกที โครงเรื่องของบ้านก็เลยมองไม่โมเดิร์นเท่าไหร่นัก

งานดีไซน์เริ่มหลังจากได้รื้อผนังภายในของบ้านออกทั้งผองก่อน โครงการบ้านภูเก็ต เพื่อจะได้มองเห็นโครงการสร้างจริงๆของบ้านว่าเป็นอย่างไร

พื้นที่ใช้สอยมีเพียงแค่ 33 ตารางเมตร มี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ไม่มีที่จอดรถ บ้านมีทั้งสิ้น 2 ชั้น ชั้นแรกจะมีโถงต้อนรับ, ห้องนอน, ห้องน้ำ, ห้องน้ำ แล้วก็หลังบ้านเป็นหลักที่ซักล้าง บ้านข้างหลังนี้มีเพียงแต่สุขาแค่นั้นที่ใช้ประตู ห้องอื่นนั้นจะใช้ผ้าม่านเป็นประตูกันห้องเอา เพื่อให้สามารถเปิดได้กว้างๆไม่ทำให้ห้องมองแคบ

ผนังของบ้านจะต้องก็ทำฉนวนกันความร้อนใหม่ เพื่อได้มาตราฐานใช้พลังงานน้อยลงดังที่ประเทศญี่ปุ่นระบุ

ชั้น 2 ของบ้านเป็นหลักที่นั่งเล่นและก็พื้นที่กินอาหาร โดยโต๊ะทำงานกับเคาน์เตอร์ครัววางต่อกันติดผนังด้านนึงไปเลย

เริ่มจากนอกบ้านกันก่อน ผนังชั้นล่างโชว์แนวก้อนอิฐ ชั้นบนเป็นผนังฉาบเรียบ ทาผนังบ้านสีขาวอีกทั้งข้างหลัง ทั้งยังหลังคา ทั้งยังวงกบ ถึงแม้ว่าจะลูกกรง เว้นเสียแต่ประตูบ้าน เลือกใช้เป็นประตูไม้หน้าตาเรียบตัวหน้าต่างอยู่สูงพ้นจากระดับสายตาเพราะว่าบ้านอยู่ติดถนน เพื่อคนในบ้านรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ว่ายังคงได้รับแสงธรรมชาติอยู่

ไอเดียที่ดี

เข้ามาด้านในบ้าน ส่วนแรกจะทำหน้าที่ราวกับโถงต้อนรับ เปิดกว้างเต็มกำลัง ประกอบกับช่องเหนือบันไดยิ่งช่วยให้มองโล่งแล้วก็โอ่โถงเยอะขึ้น พื้นที่นี้ใช้เป็นรอบๆถอดรองเท้า และก็หยุดรถจักรยาน ผนังภายในของบ้านก็ลงสีขาว มีทางสีดำที่ผนังข้างหน้าอยู่ด้านเดียว

หันกลับมาดูที่ดินเข้าบ้าน พื้นที่ส่วนแรกจะลดระดับลงไป สามารถเลอะได้ ทำความสะอาดได้ง่าย ฝ้าไม่มีทำให้มองเห็นส่วนประกอบชัดเจน แม้กระนั้นลงสีขาวทับให้เป็นระเบียบ มองกลืนเป็นพื้นที่เดียวกับผนัง ช่วยให้บ้านกว้างมากขึ้นอีก

ชั้นวางรองเท้าทำง่ายๆโดยใช้เหล็กติดผนังแล้วเอาแผ่นไม้มาวาง ใบหน้าเสมือนชั้นวางหนังสือ คนไหนกันแน่มีรองเท้ามาก ชั้นวางรองเท้านี้ก็น่าจะเป็นไอเดียที่ดี

ขนาดของห้องนอนไม่ใหญ่มาก ขนาดเท่าเตียงพอดิบพอดี ฝาผนังหัวเตียงเจาะฝาผนังเข้าไปเป็นทำเป็นชั้นวางของเหนือเตียงด้วย โดยมีระยะพอดิบพอดีกับตง เพื่อความเป็นระเบียบ บ้านสไตล์มินิมอล แม้กระนั้นถ้าใครเกลียดเพราะจะมีฝุ่นผงมาก อาจจะเลือกตู้สีขาวหรือตู้โชว์เนื้อไม้ ที่มีบานปิด หรือบานกระจกมาใช้แทนก็ได้

ต่อจากห้องนอนเข้ามาภายในเป็นส่วนซักล้างและก็ห้องน้ำหลังบ้าน กันห้องด้วยผ้าม่านสีขาวเหมือนกัน บ้านข้างหลังนี้แยกห้องอาบน้ำรวมทั้งห้องน้ำออกเป็น 2 ห้อง แม้กระนั้นมีอ่างล้างมือด้วยกันด้านนอก ซิงค์สีขาวทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ความกว้างพอดีกับตู้เก็บของติดผนัง เลือกตู้ที่มีบานปิดเป็นกระจกเพื่อประหยัดพื้นที่ ทำเคาน์เตอร์ง่ายๆจากแผ่นไม้ ต่อออกมาจากอ่างล้างมือไปจนสุดผนัง ทำให้มีที่วางของเพิ่ม

ขึ้นมาชั้นสองของบ้านกันบ้าง จะทำฝ้าด้วยแผ่นไม้เฉพาะเหนือบันไดเพื่อปิดม่านได้ ขอบพื้นชั้น 2 จะกันด้วยระเบียงเตี้ย ทำจากไม้รวมทั้งกระจกฝ้า รางม่านยาวตลอดแนวเพื่อเลือกเปิดหรือปิดได้ วันไหนอากาศดีก็เริ่มต้นไว้บ้านจะได้โล่งๆวันไหนร้อนก็ปิดม่านเพื่อเปิดแอร์ได้

ราวจับบันเลือกใช้แผ่นไม้ยาวๆไปติดที่ผนังเลย วงกบหน้าต่างข้างในบ้านก็ตกแต่งด้วยแผ่นไม้เช่นกันเพื่อกับส่วนอื่นๆของบ้าน จากรูปนี้จะมีความคิดเห็นว่าด้านล่างเป็นเสาเหล็กลงสีขาว แต่เพียงพอขึ้นมาชั้นบนเสาจะทำมาจากไม้ บ้านพวกเราอาจจะทำตามยากหน่อยเนื่องจากญี่ปุ่นนั้นเค้าย้ำงานไม้ แต่ว่าบ้านเราไม้มันแพง

รีโนเวททาวน์เฮ้าส์หน้าแคบ

รีโนเวททาวน์เฮ้าส์หน้าแคบ

จากทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่แก่ 30 กว่าปี ของครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกันมานาน จนถึงกำเนิดปัญหาพังเสียหาย ยิ่งนานวันผู้อาศัยยิ่งรู้สึกถึงความอึดอัดทึบตัน ก่อนที่จะตัดสินใจรีโนเวทปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของครอบครัว รวมทั้งปรารถนาปรับเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเปิดเป็นสตูดิโอออกแบบขนาดเล็ก สู่ “บ้านประชาชื่น” เจ้าของและก็สถาปนิกผู้ออกแบบเป็นคุณนัท รักษาชัย นรธีร์ดิลก

ชายหนุ่มเล่าให้เราฟังว่า “บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านประชาชื่น เป็นบ้านของครอบครัว ที่อาศัยอยู่กันมานานเกือบ 20 ปี โดยมีสมาชิกทั้งผอง 6 คน แต่ก่อนเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ซึ่งโครงสร้างเดิมเป็นของการเคหะ ถ้าเกิดย้อนกลับไปเมื่อราว 10 กว่าปีก่อน ด้วยความที่พ่อเองท่านก็เป็นนักออกแบบ 

ก็ได้กระทำรีโนเวทปรับปรุงซ่อมแซมไปแล้วครั้งหนึ่ง แม้กระนั้นด้วยงบประมาณที่ออกจะจำกัด ก็เลยยังไม่ตอบปัญหาการใช้งานเต็ม 100% นัก โดยช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บ้านที่อาศัยอยู่มานานก็กำเนิดปัญหาน้ำรั่วซึมจากพื้นด้านล่าง เนื่องจากถนนหนทางหน้าบ้านถูกกลบสูงขึ้นจากปกติ รวมถึงปัญหารางน้ำกลางบ้านที่ซึมจากหลังบ้าน อีกหนึ่งปัญหาสุดคลาสสิกที่บางทีอาจพบได้ทั่วไป”

คุณนัทเล่าว่ากล่าว “เมื่อสมาชิกในครอบครัวเริ่มเติบโตและก็จบ ก็เลยได้มีการขอคำแนะนำพูดคุยตกผลึกด้วยกัน ผมเองก็อยากทำสตูออกแบบเล็กๆไปด้วย เมื่อกำเนิดปัญหาด้านบ้านรวมกันหลายจุดเข้า PhuketVilla พวกเราเองก็ต้องการที่จะแก้ไขซ่อมแซมครั้งใหญ่ให้จบทีเดียว ตลอดจนขยับขยายพื้นที่เพื่อตอบปัญหาการใช้งานของครอบครัวที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น ก็เลยกลายมาเป็นโปรเจคบ้านประชาชื่นหลังนี้

การรีโนเวทครั้งที่ 2 ก็เลยได้เริ่มขึ้นด้วยงบประมาณที่ยังคงจำกัด หนุ่มก็เลยได้ตั้งเป้าหมายที่จะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเดิมให้มากที่สุด เพื่อทุกๆอย่างเป็นไปอย่างรอบคอบแล้วก็รัดกุม อย่างหลังคาเดิมที่เป็นโครงไม้ รีโนเวทครั้งแรกได้ปรับเปลี่ยนเป็นโครงสร้างเหล็ก คุณนัทก็ยังคงหลังคาโครงเหล็กของเดิมไว้ เปลี่ยนเพียงแค่กระเบื้องหลังคาคอนกรีตเป็นกระเบื้องเมทัลชีท เพื่อป้องกันหลังคารั่วซึมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ด้วยข้อจำกัดของบ้านที่มีลักษณะหน้าแคบแล้วก็ลึก ปัญหาพื้นของห้องน้ำที่ต่ำกว่าถนน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งมาจากเหตุน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ด้านล่างเดิมที่ถูกจัดสรรเป็น Living space ก็อยู่ไม่ได้ การจัดการปัญหาก็เลยได้เปลี่ยนแปลงขึ้นมาไว้ชั้น 2 ของบ้าน ส่วนด้านล่างก็ได้ดีไซน์ให้เป็นสตูดิโอ 

พร้อมยกปลั๊กไฟขึ้นทั้งหมด เพื่อปกป้องหากกำเนิดน้ำท่วมในอนาคต ดังนี้ผู้ออกแบบก็ได้มีการปรับระดับพื้นเมืองให้สูงมากขึ้นจากเดิมราว 20 เซนติเมตร ซึ่งก็ไม่ได้สูงกว่าถนนเท่าไรนัก เพราะเหตุว่าหากถมสูงเกินไปจะยิ่งทำให้สเปซจากพื้นถึงคานค่อนข้างเตี้ยไปด้วย

โทนสีขาวสะอาดตา

เมื่อยืนมองจากภายนอก บ้านประชาชนชื่นก็ดูเหมือนแตกต่างจากบ้านที่ประกบอยู่ทั้งสองข้างอย่างสิ้นเชิง ด้วยทรงที่มองโมเดิร์นบวกกับโทนสีขาวสะอาดตา กับความโดดเด่นของประตูบานพับทรงสูงที่เลือกใช้อุปกรณ์แผ่นที่กรองเหล็กฉีก เพื่อบดบังสายตาจากภายนอก แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันแสงสว่างและก็ลมก็สามารถพัดผ่านเข้าไปยังพื้นที่ภายในบ้านได้เช่นกัน

เมื่อประตูบานพับสีขาวเปิดออก พวกเราจะเจอกับพื้นที่สำหรับจอดรถยนต์รวมถึงทำกิจกรรมของคนในครอบครัว อย่างการปลูกต้นไม้ ผู้ออกแบบเลือกปูพื้นและก็ผนังด้วยกระเบื้องแกรนิต ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร สีเทาเข้มกับลุคที่มองเรียบเท่ หากมีการเลอะเทอะ ก็สามารถทำความสะอาดได้อย่างสะดวกสบาย

อีกหนึ่งปัญหาก่อนจะมีการรีโนเวทบ้านข้างหลังนี้ คือเรื่องของแสงสว่างรวมทั้งลม เดิมถูกจำกัดเนื่องจากว่าเป็นทาวน์เฮ้าส์ เพื่อกำเนิดความโปร่งสบายโล่งอยู่สบายมากที่สุด ผู้ออกแบบก็เลยได้เปิดโอกาสแสงสว่างโดยเลือกรอบๆโถงกลางบ้าน และก็โถงบันไดทางเดินเป็นหลัก เพื่อนำแสงสว่างธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาให้บ้านมองสว่าง ไม่อึดอัดทึบตัน และก็เพิ่มช่องเปิดให้มีการหมุนเวียนของลมจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชันด้านในใหม่ จากพื้นที่ด้านล่างเดิมเคยเป็นส่วนนั่งเล่น พักดูทีวี แล้วก็รับประทานอาหาร ก็ถูกจัดสรรให้เป็นกับสตูดิโอดีไซน์ของคุณนัท ที่สัมผัสได้ถึงความโล่งกว้างสบายตาด้วยโทนสีขาว ผสานกับพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนและก็ความอบอุ่นของอุปกรณ์ไม้ได้อย่างพอดีในทุกมุมมอง

เนื่องจากบ้านมีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับปริมาณสมาชิกถึง 6 คน ทำให้ผู้ออกแบบต้องจัดสรรข้าวของเครื่องใช้ที่มีอยู่ล้นหลามให้กำเนิดความพอดีสูงที่สุด ซึ่งตัวเขาเองก็ได้บอกกับพวกเราว่าไม่ใช่ง่ายนัก หนุ่มน้อยเลือกที่จะปรับปรุงพื้นที่ใต้บันไดให้กลายเป็นตู้เก็บของขนาดใหญ่กรุด้วยลามิเนตลายไม้ 

ที่สามารถเปิดได้ตลอดแนว ด้านในเสริมด้วยชั้นวางเหล็ก จัดวางด้วยกล่องพลาสติกที่ได้ถูกจัดเป็นหมวดหมู่ เพื่อการจัดเก็บของใช้ส่วนตัวของสมาชิกทุกคนได้อย่างเป็นระเบียบ ยิ่งเสริมให้ภายในบ้านมองเป็นระเบียบแล้วก็สะอาดตามากขึ้น

อ่านต่อเพิ่มเติม: บ้านภูเก็ต. บ้านโมเดิร์นคลาสสิค. ออกแบบบ้านฟรี. บ้าน 2565. ทาวน์โฮม.